บริษัท อิงเกรส อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ได้รับการจัดตั้งขึ้นในรูปบริษัทจำกัด ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557 และได้รับการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2558 โดยมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ คือ บริษัท อิงเกรส คอร์ปอเรชั่น เบอร์ฮาด (Ingress Corporation Berhad : “ICB”) ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2542 ภายใต้ชื่อ บริษัท อิงเกรส คอร์ปอเรชั่น เอสดีเอ็น บีเอชดี (Ingress Corporation Sdn. Bhd.) โดย ICB เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นและลงทุนในบริษัทอื่นเป็นหลัก (Holding Company)

กลุ่มบริษัทฯ (ซึ่งประกอบด้วยบริษัทฯ และบริษัทย่อยในประเทศไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ และมีพัฒนาการในการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อต้นปี พ.ศ. 2536 กลุ่มอิงเกรส โดยบริษัท อิงเกรส เอนจิเนียร์ริ่ง เอสดีเอ็น บีเอชดี (Ingress Engineering Sdn. Bhd. : “IESB”) เริ่มดำเนินธุรกิจโดยการผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนแม่พิมพ์ ให้แก่ PeRusahaan OTOmobil Nasional หรือโปรตอน (Proton) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ประจำชาติของประเทศมาเลเซีย โดย IESB ได้รับการฝึกอบรมและความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคจากบริษัท คาตายามา โคเกียว จำกัด (Katayama Kogyo Co., Ltd. : “KK”) จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มอิงเกรสและกลุ่มบริษัทฯ ในการสะสมความรู้และพัฒนาความเชี่ยวชาญในระดับสูงทางด้านเทคนิคและ
ประสบการณ์ในธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ ความสำเร็จดังกล่าวนี้ประกอบกับการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของตลาดการผลิตยานยนต์ในประเทศมาเลเซียและภูมิภาคอาเซียน เป็นแรงผลักดันให้กลุ่มอิงเกรสก่อตั้งกิจการร่วมค้าขึ้น คือ บริษัท อิงเกรส พรีซิชัน เอสดีเอ็น บีเอชดี (“IPSB”) หรือ Ingress Precision Sdn.Bhd. โดยความร่วมมือของ IESB, KK และบริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2537 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายขอบหน้าต่างประตูรถยนต์ ในขณะนั้น IPSB เป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในประเทศมาเลเซียที่สามารถผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แบบรีดม้วนขึ้นรูป โดยในปัจจุบัน IPSB เป็นบริษัทย่อยของ IIM โดย IIM ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 90 และ KK ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10 ใน IPSB

จากความสำเร็จในการผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ให้แก่โปรตอน กลุ่มอิงเกรสได้ร่วมมือกับ Perusahaan Otomobil Kedua Sdn. Bhd. (“Perodua”) ในการจัดตั้งกิจการร่วมค้า คือ บริษัท อิงเกรส เทคโนโลจีส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี (“ITSB”) หรือ Ingress Technologies Sdn.Bhd. เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2540 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตประตูครบชุด “Door-in-White” สำหรับรถยนต์รุ่นเปอโรดัว แคนซิล (Perodua Kancil) โดยในปัจจุบัน ITSB เป็นบริษัทย่อยของ IIM โดย IIM ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 70 และ Perodua ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 30 ใน ITSB ปัจจุบัน ITSB ผลิตและประกอบชิ้นส่วนยานยนต์แบบปั๊มขึ้นรูปที่ใช้แรงกดระดับกลางถึงสูงให้แก่ลูกค้าในประเทศมาเลเซีย

การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุคโลกาภิวัตน์ทำให้กลุ่มอิงเกรสและ KK ได้มีการพัฒนาความร่วมมือในลักษณะการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่เพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้น เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2539 บริษัท อิงเกรส ออโตเวนเจอร์ จำกัด (“IAV”) หรือ Ingress Autoventures Co., Ltd. จึงถูกก่อตั้งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย และเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของ KK และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของกลุ่มอิงเกรส IAV จึงเติบโตขึ้นจนเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยในการจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ให้แก่ผู้ผลิตยานยนต์ (OEMs) ระดับโลกที่มีฐานการผลิตและส่งออกอยู่ในประเทศไทย

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ของกลุ่มอิงเกรสยังคงเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคอาเซียน ในเดือนมิถุนายน 2549 กลุ่มอิงเกรสได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท ไฟน์ คอมโปรแนนท์ (ประเทศไทย) จำกัด (“FCT”) หรือ Fine Components (Thailand) Co., Ltd. จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมที่เป็นชาวสิงคโปร์ โดย FCT ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีการปั๊มตัดขึ้นรูปโลหะด้วยแม่พิมพ์ รวมถึงการผลิตแม่พิมพ์อัด

เพื่อขยายธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของกลุ่มอิงเกรสในภูมิภาคอาเซียน เมื่อเดือนมีนาคม 2546 ได้มีการจัดตั้ง บริษัท พี.ที. อิงเกรส มาลินโด เวนเจอร์ (“PT IMV”) หรือ P.T.Ingress Malindo Ventures ขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย อันเป็นการขยายธุรกิจของกลุ่มเข้าไปในตลาดยานยนต์ขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน โดย PT IMV เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนแม่พิมพ์ กรอบหน้าต่าง และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับกรอบหน้าต่างสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ ITSB ยังได้ขยายธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เพิ่มเติมในประเทศอินโดนีเซีย โดยการก่อตั้งบริษัท พี.ที. อิงเกรส เทคโนโลจีส์ อินโดนีเซีย (“PT ITI”) หรือ P.T. Ingress Technologies Indonesia ขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2555 โดย PT ITI มุ่งเน้นการดำเนินงานเกี่ยวกับปั๊มขึ้นรูปชิ้นส่วนขนาดเล็ก
และสนับสนุนกิจกรรมการผลิตของ PT IMV

การขยายธุรกิจเข้าไปในตลาดยานยนต์ขนาดใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน อันได้แก่ ประเทศไทย ประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซีย ช่วยให้ธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ของกลุ่มอิงเกรสและกลุ่มบริษัทฯ มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆในแต่ละประเทศได้อย่างทันท่วงที และสามารถสร้างและรักษาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับผู้ผลิตยานยนต์ (OEMs) ชั้นนำของโลกจากประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและยุโรปที่มีฐานการผลิตอยู่ในทั้ง 3 ประเทศ

นอกจากนี้ ในระหว่างเดือนธันวาคม 2559 ถึงมกราคม 2560 กลุ่มบริษัทฯ ยังได้มีการลงทุนเพิ่มเติม โดยการเข้าซื้อหุ้นของ Talent Synergy Sdn.Bhd. (TSSB) ประเทศมาเลเซีย เพื่อลงทุนในธุรกิจ Automation Solution Provider อันจะช่วยสนับสนุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ACM Business ของกลุ่มบริษัทฯ และหุ้นของ Ingress Mayur Auto Ventures Private Limited (IMAPL)ประเทศอินเดีย เพื่อขยายธุรกิจ ACM Business ของกลุ่มบริษัทฯ เข้าไปยังตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปเอเซีย